เพลงบรรเลง | เพลงมีเสียงร้อง
ห้องคนรักหนังสือ >> ห้องคนรักหนังสือ
 
กงกำกงเกวียน
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
31-07-2012 / 07:09:09
 
กงกำกงเกวียน

ความคิดเห็น 20
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:10
ความคิดเห็น 19
ไม่สามารถโหลดภาพได้เว็บไซต์ | ภาพขนาดเต็ม | รูปภาพที่คล้ายกันไม่สามารถโหลดภาพได้เว็บไซต์ | ภาพขนาดเต็ม | รูปภาพที่คล้ายกัน
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:10
ความคิดเห็น 18
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:10
ความคิดเห็น 17
ไม่สามารถโหลดภาพได้เว็บไซต์ | ภาพขนาดเต็ม | รูปภาพที่คล้ายกัน ไม่สามารถโหลดภาพได้เว็บไซต์ | ภาพขนาดเต็ม | รูปภาพที่คล้ายกัน
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:10
ความคิดเห็น 16
จิ้งหรีดทองแดงปรุงเป็นอาหารประเภทคั่วหรือทอดแล้วจะมีสีเหลืองทองอมน้ำตาล ดูแล้วสวยงาม สะอาด น่ารับประทานมาก แถมหอมมันอร่อย ชาวจีน ชาวฮ่องกง ชาวญี่ปุ่น และชาวไทยอีสานนิยม รับประทานมาก เพราะเป็นของว่างขบเคี้ยว.................... จิ้งหรีดทองดำสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด โดยก่อนนำมาปรุงจะเด็ดป ีกและดึงส่วนที่เป็นลำไส้ทิ้ง จากนั้นสามารถนำไปทำเป็นอาหารได ้ต่างๆ นานา เช่น จี่ คั่ว ทอด ยำ หมก ลาบ ป่น เสียบไม้ย่าง............. 2553 เล่นกัดจิ้งหรีด สนุกสนาน กระจายรายได้ และ พังทะลายกำแพงชนชั้น ฮุย เล ฮุย
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:10
ความคิดเห็น 15
วัฒนธรรมพื้นบ้านการกัดจิ้งหรีด วัฒนธรรมพื้นบ้านการกัดจิ้งหรีด
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:10
ความคิดเห็น 14
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:10
ความคิดเห็น 13
2553 เล่นกัดจิ้งหรีด
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:10
ความคิดเห็น 12
กัดจิ้งหรีดจีนยังเฟื่อง โดย ผู้จัดการ วัน จันทร์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2552 เวลา 11:05:08 น.  ชาวจีนลุ้นการประลองกัดจิ้งหรีดที่ตลาดริมถนนในเหอเฝย มณฑลอันฮุย กำลังวันที่ 19 ก.ย. ทั้งนี้ ชาวจีนก็มีวัฒนธรรมพื้นบ้านการกัดจิ้งหรีด โดยเชื่อกันว่าจีนม ีการละเล่นดังกล่าวตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง (ค. ศ. 618-907) และเป็นที่นิยมอย่างมากระหว่างสมัยราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ.960-1279) แม้การพนันกัดจิ้งหรีดเป็นสิ่งผิดกฎหมายในจีน แต่ ชาวจีนตามเมืองต่างๆก็สามารถเล่นกัดจิ้งหรีดกันแทบทุกเมือง- ภาพโดยเอเอฟพี แผงขายจิ้งหรีดในตลาดเมืองเหอเฝย มณฑลอันฮุย -เอเอฟพี
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:10
ความคิดเห็น 11
จิ้งหรีด สาระขัน จิ้งหรีดทองแดงจิ้งหรีดทองดำ ..................................... จิ้งหรีดทองแดง Posted พฤ, 04/23/2009 - 10:55 by ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ชื่อวิทยาศาสตร์  Gryllus testaceus Walker อันดับ                ORTHOPTERA วงศ์                   Gryllidae ชื่อสามัญ          Ground cricket ชื่อพื้นบ้าน        จิ้งหรีดทองแดง, กี้ดีด, จิล้อทองแดง ลักษณะทั่วไป           &nbs p; รูปร่างสั้น หัวกลม หนวดแบบเส้นด้าย ปากแบบกัดกิน ปีกมีความยาวเท่ากับส่วนท้อง ขาคู่หลังใหญ่แข็งแรง และกระโดดได้เก่ง ลำตัวสีน้ำตาลออกเทา ตัวผู้ทำเสียงได้โดยใช้ขอบปีกคู่ หน้าสีกัน มีอวัยวะฟังเสียงอยู่ที่ขาคู่หน้า ตัวเมียมีอวัยวะวางไข่ยาวเท่ากับความยาวของลำตัว แหล่งที่พบ            &nbs p;ขุดรูอาศัยตามทุ่งหญ้า ออกหากินกลางคืน ชอบเล่นแสงไฟ กินรากไม้และกล้าอ่อนเป็นอาหาร อาหารธรรมชาติ           หญ้าสด มีหญ้าต่าง ๆ เช่น หญ้าขน หญ้าชันอากาศ หรือวัชพืชหญ้าที่จิ้งหรีดชอบได้แก่ หญ้าปากควาย หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หญ้าตีนตุ๊กแก หญ้าแพรก วัชพืชที่ชอบได้แก่ ผักโขมหนาม (ชอบกินลำต้น เนื่องจากอวบน้ำ) ผักเบี้ยใหญ่ ผักปราบ ประโยชน์และความสำคัญ            ปรุงเป็นอาหารประเภทคั่วหรือทอดแล้วจะมีสีเหลืองทองอมน้ำตาล ดูแล้วสวยงาม สะอาด น่ารับประทานมาก แถมหอมมันอร่อย ชาวจีน ชาวฮ่องกง ชาวญี่ปุ่น และชาวไทยอีสานนิยม รับประทานมาก เพราะเป็นของว่างขบเคี้ยว ................................. จิ้งหรีดทองดำ Posted ศุกร์, 04/24/2009 - 06:17 by admin ชื่อวิทยาศาสตร์ Gryllus  (Teloegryllus)  bimaculatus  Geer อันดับ    Orthoptera ชื่อวงศ์        Gryllidae ชื่อสามัญ  House cricket ชื่ออื่น  จินาย , จีหล่อ , จิ้งหรีดน้ำ ประเภทสัตว์               สัตว์ปีก ลักษณะทางกายภาพ           จิ้ง หรีดมีรูปร่างสั้น หัวกลม หนวดยาวเป็นรูปเส้นด้าย ลำตัวมีสีดำ ปากแบบกัดกิน ปีกมีความยาวเท่ากับส่วนท้อง จิ้งหรีดเป็นแมลงที่มีขาหลังใหญ่ แข็งแรงและสามารถกระโดดได้เก่ง ตัวเมียมีอวัยวะวางไข่ยาวเท่าก ับความยาวของลำตัวบริเวณปลายเปิดจะเล็กแหลม ตัวผู้สามารถทำเสี ยงได้โดยใช้ขอบของปีคู่หน้าสีกัน จนเกิดเสียงดังกังวาน จิ้งหรีดมีอวัยวะฟังเสียงอยู่บริเวณขาคู ่หน้า ขนาดของลำตัวยาวประมาณ 21-26  มิลลิเมตร แหล่งที่พบ           จิ้ง หรีดทองดำส่วนใหญ่ขุดรูอยู่ตามคันนาและทุ่งหญ้า ออกหากินในเวลากลางคืน โดยกินรากต้นไม้ และกล้าอ่อน ส่วนในเวลากลางวันจะหลบอาศัยอยู่แต่ในรู มักทำเสียงในเวลากลาง คืน ประโยชน์และความสำคัญ           จิ้ง หรีดสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด โดยก่อนนำมาปรุงจะเด็ดป ีกและดึงส่วนที่เป็นลำไส้ทิ้ง จากนั้นสามารถนำไปทำเป็นอาหารได ้ต่างๆ นานา เช่น จี่ คั่ว ทอด ยำ หมก ลาบ ป่น เสียบไม้ย่าง จิ้งหรีดทองดำ
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:10
ความคิดเห็น 10
กงเกวียนกําเกวียน. ใช้เป็นคําอุปมา หมายความว่า เวร สนองเวร, กรรมสนองกรรม,
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:10
ความคิดเห็น 9
ฆ่าเสือดาวหิมะ กรรมสนองกรรม โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 มีนาคม 2553 18:43 น.       เอเจนซี่ – สองคนเลี้ยงปศุสัตว์ กินข้าวคุกอ่วม 8 ปี และ 10 ปี รับกรรมฆ่าเสือดาวหิมะในมณฑลซินเจียง                เจ้า หน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า ชายทั้งสองได้วางกับดักสัตว์ ที่เข้ามาล่าแกะ ที่เลี้ยงไว้ โดยเสือดาวหิมะเคราะห์ร้ายเข้ามาติดกับดัก และถูกทุ่มก้อนหินใ ส่จนตาย จากนั้น ถูกถลกหนัง ชำแหละเครื่องใน และเลาะกระดูก ไปขาย                เจ้าหน้าที่สำนัก คุ้มครองสัตว์ป่าแห่งฉางจี๋ ซึ่งเป็นเขตปกครองตัวเองของชนชาติ หุยในซินเจียง ยืนยันว่า สัตว์ที่ถูกฆ่าเป็นเสือดาวหิมะตัวหนึ่งจริง                สำนักข่าวซินหัวร ายงานว่า มีผู้ต้องสงสัย 5 คนถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานความมั่นคงแห่งรัฐแห่งเขตหลุนไต , มณฑลซินเจียงจับกุมเมื่อเดือนม.ค. โดยถูกกล่าวหาว่า ฆ่าเสือดาวหิมะ 2 ตัว                นอกจากนั้น มีจำเลย 4 คน ถูกตัดสินจำคุก 12 ปี โทษฐานฆ่าและขายเสือดาวหิมะ 4 ตัวเมื่อวันที่ 19 พ.ย 2551                ปัจจุบัน ประเมินกันว่า มีเสือดาวหิมะเหลือเพียง 4,000 ตัวในป่า โดยเสือดาวหิมะเป็นสัตว์ ที่อาศัยอยู่ในแถบเทือกเขาหิน ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลระหว่าง 3,000-5,500 เมตรในภูมิภาคเอเชียกลาง และเอเชียใต้
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:10
ความคิดเห็น 8
http://ilwc.aru.ac.th/Contents/FolktaleThai/FolktaleThai8.ht m กรรมสนองกรรม นายสมบัติ อรุณรัตน์ ผู่เล่า \[quote\] มีชายคนหนึ่งชื่อตาหนาน เป็นคนอีสาน ด้วยความแห้งแล้งกันดารจึงได้เร่รอนพเนจรเรื่อยมาจนถึงภาคกลาง มาเจอะยายคนหนึ่งยายก็ถามขึ้นว่าแกมาจากไหนตาหนานก็ตอบว่า ข่อยเดินทางมาหากินภาคกลางที่อีสานนั้นแห้งแล้งกันดาร แล้วแต่ใครจะอนุเคราะห์เมตตา ใครจ้างเอาทั้งนั้น จนยายเกิดสงสารจึงชวนให้ไปอยู่ที่ปลายนาของแกเพื่อเฝ้าสวนเฝ้าน าให้แกด้วย หักร้างถางพงเอาเอง ทำมาหากินในที่ของแก ตาหนานดีใจมาก และแกก็เป็นคนขยันอยู่แล้ว ก็ตกลงจะไปอยู่ที่ปลายนา ส่วนยายก็หาไม้ไผ่มาให้เพื่อที่จะได้ปลูกกระต๊อบ ตาหนานก็ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินปลูกผัก ฟักแฟงแตงกวามากมายตรงไหนที่ลุ่มแกก็ทำนาเอาไว้กินเอง ส่วนผักที่ได้มานั้นก็เอาไปให้ยายบ้าง ขายบ้าง และเรื่องหาปลาตาหนานแกเก่งมากจนคนแถวนั้นไม่มีใครสู้ได้เลย ต่อ มาวันหนึ่งแกเอาปลาที่หามาได้นั้น ทำใส่เกลือตากแดดเอาไว้ และมีหมามากินของแก ตาหนานกลับมาจากหาปลาพอดีแกเห็นเข้า จึงได้ไล่กวดจับหมาหมายจะ เอาปลาคืน พอจับได้แล้วหมามันกินส่วนหัวไปแล้ว ก็ดึงเอาปลาออกจากปากหมาก ็เหลือแต่ส่วนหาง แกโมโหมากก็เลยเอาปลาหมอที่หามาได้นั้น จับหมาอ้าปาก แล้วเอาปลาหมอใส่ปากหมา ยัดลงไปแล้วก็พูดว่ามึงอยากกินก็ให้กินเสียให้เข็ด ส่วนปลาหมอ มันยังไม่ตาย มันก็ดิ้นและยังมีครีบกระโดงที่แหลมด้วยแล้วทำให ้หมาดิ้นไปดิ้นมาทรมานมาก และทนพิษบาดแผลไม่ไหวก็ตายลงในที่สุ ด พอ 4 ปีต่อมา ในขณะที่ตาหนานออกไปหาปลาแต่คราวนี้แกลืมเอาตะข้องใส่ปลาไป แกก็เลยเอาปลาที่หามาได้นั้น ห่อใส่ผ้าเสียจนเต็ม และก็กองเอาไว้บ้าง และก็ลงไปละเบ็ดคันสุดท้าย ห่อผ้าก็เต็มแล้วแกก็ไม่ได้เอาลงไป และบังเอิญคันนี้ติดปลาหมอตัวใหญ่ซะด้วย แกก็ไม่รู้จะทำอย่างไรก็ปลดปลามาแล้วก็เอาปากแกกัดหัวปลาหมอเอา ไว้เพื่อที่จะได้เปลี่ยนเหยื่ออยู่นั้น ตามีแกเดินมาพอดีก็ร้องถามตาหนานขึ้นว่า ได้ไหมล่ะตาหนาน ตาหนานจะพูดตอบ ตาหนานด้วยความลืมตัวที่ปลาอยู่ที่ปากของแกพอแกอ้าปาก ปลาหมอก็ดิ้นพรวดลงไปในคอของแก ปลาหมอก็ใหญ่และก็มีครีบกระโดงที่แหลมคม ก็ดิ้นไปดิ้นมาในท้องของตาหนาน 3 วันต่อมาตาหนานก็ตายลง นี่แหละ กฎแห่งกรรม \[/quote\]
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:10
ความคิดเห็น 7
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:09
ความคิดเห็น 6
ไม่สามารถโหลดภาพได้เว็บไซต์ | ภาพขนาดเต็ม
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:09
ความคิดเห็น 5
กงเกวียนกําเกวียน. ใช้เป็นคําอุปมา หมายความว่า เวร สนองเวร, กรรมสนองกรรม, เช่น ทําแก่เขาอย่างไร ตนหรือ ลูกหลานเป็นต้นของตนก็อาจจะถูกทำในทำนองเดียวกัน อย่างนั้นบ้า ง เป็นกงเกวียนกําเกวียน.
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:09
ความคิดเห็น 4
ไม่สามารถโหลดภาพได้เว็บไซต์ | ภาพขนาดเต็ม | รูปภาพที่คล้ายกัน ไม่สามารถโหลดภาพได้เว็บไซต์ | ภาพขนาดเต็ม | รูปภาพที่คล้ายกัน
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:09
ความคิดเห็น 3
ไม่สามารถโหลดภาพได้เว็บไซต์ | ภาพขนาดเต็ม | รูปภาพที่คล้ายกัน งานวัวเทียมเกวียน   ...เพื่อ เป็นการส่งเสริม ฟื้นฟู อนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมการท่องเท ี่ยว และประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี ทางอำเภอบ้านลาดได้จัดให้มีก ารแข่งขันวัวเทียมเกวียน ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ บริเวณริมถนนเพชรเกษมฝั่งตรงข้ามร้านขนมชิดชนก หมู่ 9 ตำบลท่าเสน อำเภอบ้านลาด ...ซึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานพระนครคีรี เมืองเพชร ครั้งที่ 20 ในวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 เพื่อให้กีฬาวัวเทียมเกวียนเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เว็บไซต์บ้านลาด ขอนำเสนอประวัติความเป็นมาของกีฬาวัวเทียมเกว ียน . . ที่โล่งแจ้ง ไม่มีสิ่งปลูกสร้างถาวรใด ๆ มีเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชประสงค์มอบให้เป็นสถานที่เพื่อให้ราษฎรได้มาดูกา รละเล่นหรือมา ประชุมความรื่นเริงในวันงานเทศกาลต่าง ๆ เช่น ตรุษสงกรานต์ ฯลฯ ดูเหมือนเพื่อให้คล้ายกับสนามที่ทุ่งพระเมรุ (ท้องสนามหลวง) และยังได้ใช้พระราชทรัพย์ของพระองค์ซื้อที่ดิน ของราษฎร ประมาณ 700 ไร่ บริเวณด้านหน้าพระนครคีรี ซึ่งเรียกกันต่อมาว่า บริเวณนาหลวง พร้อมกับตัดถนนราชวิถีและคีรีรัฐยาเพื่อเป็นทางส ัญจรไปมา . . . .ครั้นที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสจังหวัดเพชรบุรี เมื่อ ร.ศ. 109 พระองค์ทรงสนพระทัยกีฬาวัวเทียมเกวียน ซึ่งเป็นการละเล่น พื้นบ้านของชาวเพชรบุรี โปรดให้จัดการแข่งขันวัวเทียมเกวียนขึ ้นในบริเวณสนามหน้าเขาวัง โดยเสด็จฯ ทอดพระเนตรการแข่งขัน ณ ที่ประทับศาลานักฤกษซึ่งตั้งอยู่ริมเขามหาสววรค์ด้านทิศตะวั นออก การแข่งขันวัวเทียมเกวียน ใช้เทียมเกวียนนำมาวิ่งแข่งกั นเพื่อดูฝีเท้าที่จะลากเกวียนของตนให้วิ่งขึ้น หน้าก็จะเป็นฝ่ ายชนะ ข้อความอันมีอยู่ในพระราชหัตถเลขาตอนหนึ่ง ความว่า . . . " เวลาบ่าย 5 โมง เสด็จพระราชดำเนินลงเชิงเขาทรงม้าพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนิ นประพาสตลาด มีขบวนรถเหมือนวันก่อน ครั้นเวลาย่ำค่ำเสด็จพระราชดำเนินกลับ ประทับพลับพลาไหล่เขาชั้นล่างด้านตะวันออก พระยาเพชรบุรี กรรมการจัดรันแทะโคของราษฎร ซึ่งจะขับแข่งขันกันถวายทอดพระเนตร รันแทะนั้นเตรียมไว้มาก แล้วปล่อยให้แข่งขันกันเป็นคู่ๆ พระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรจนค่ ำ รันแทะหนึ่งล้มทับคนจนป่วยมาก พระราชทานเงิน 5 บาท รางวัลคนเป็นเจ้าของที่ชนะ คนละ 3 ตำลึง แพ้คนละ 6 บาท เวลาย่ำค่ำครึ่ง เสด็จขึ้น " . . . กีฬาวัวเทียมเกวียนนั้น เดิมผู้ใหญ่เล่าว่า มีกันทุกตำบลหรือหมู่บ้านใหญ่ ๆ ทุกแห่ง ที่มีการทำนา ปัจจุบันยังมีชื่อเรียกลานที่ใช้เล่นวัวเทียมเกว ียนว่า "หัวสนาม" บ้าง "ท้ายสนาม" บ้าง "ต้นสนาม" บ้าง เป็นต้น อยู่ในสถานที่หลายแห่ง การเล่นวัวเทียมเกวียนจะมีการเล่นผลัดเ ปลี่ยนกันในแต่ละท้องที่ ทำนองไปเอาแรงหรือไปเป็นแขกตอบแทนที่ เคยร่วมให้ความสนุกครึกครื้น แล้วแต่จะนัดแนะกันไว้ล่วงหน้า . . .การเล่นวัวเทียมเกวียนนั้น มักจะเล่นกันตอนบ่าย หรือที่เรียกกันว่าเวลาแดดร่ม ลมตก พอเย็นพลบค่ำ ก็เลิกลาและนำวัวกลับบ้าน ไม่ได้เล่นช่วงกลางคืนอย่างเช่น วัวลาน . . .การแข่งขันวัวเทียมเกวียนเป็นการเอาเกวียนที่เป็นเกวียน เก่าไม่ใช้งานแล้ว นำมาเอาสิ่งที่ไม่จำเป็นบางอย่างออก แล้วเ อามาใช้แข่งวัวโดยมีวัวเทียมเกวียน 2 เล่ม แต่ละเล่มจะมีวัวเทียมอยู่ 2 ตัว วิ่งในลู่ทางตรงระยะทางประมาณ 100 เมตร (วิ่งจริงราว 62 เมตร) ครึ่งหนึ่งของทางวิ่งต้องทำรั้วเตี้ย ๆ กันไม่ให้วัววิ่งออกนอกลู่ เป็นรั้วทำง่าย ๆ ใช้เสากระบอกมีไม้ไผ่ผ่าซีกผูกไว้ 3 ชั้น หรือใช้ทางตาลทั้งทางปักห่าง ๆ เป็นแนว 2 ข้างทางวิ่ง สนามวัวเทียมเกวียนส่วนใหญ่เป็นสนามใช้ชั่วคราวอา จเลือกบริเวณชายทุ่ง ชายป่า หรือในนาข้าวที่ปรับพื้นดินให้เรียบ ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ ในชนบทที่มีการแข่งขันวัวเทียมเกวียน ใน การเลือกวัวเข้าแข่งขัน จะเลือกที่บ่าของวัว (วัวบางตัวถนันบ่าซ้ายหรือบ่าขวาที่ไม่เห มือนกัน) และต้องเลือกคนแทงวัวอีกด้วย เพราะคนแทงวัวก็เหมือนกับ จ๊อกกี้ที่ลงแซ่ม้าแข่ง การแพ้ชนะนั้นถือตามกติกาแล้วแต่จะตกลงกัน เช่น ต้องชนะกันขาดลำ คู่คี่ หรือเกวียนสะกัน (เป็นการเกี่ยวลากกันไป) โดยลากอีกฝ่ายหนึ่งไปถึงหลักชัย เรียกว่า "เฉียบ" ไม่ถือว่าเป็นการชนะ เป็นต้น การแพ้ชนะนอกจากฝีเท้าวัวและความเฉลียวฉลาดของวัวแล้ว คนบัง คับวัววิ่งหรือแทงวัวซึ่งประจำเกวียนอยู่นั้นต่างก็มีส่วนสำคัญ เพราะเป็นบุคคลที่จะลงปะฏักวัวไปตลอดการแข่งขัน เพื่อกระตุ้ นให้วัววิ่งสุดกำลัง ตรงไปยังเส้นชัย เจ้าของวัวจึกงมักจะต้องหาคนแทงวัวที่มีฝีมือ เข้าทำการแข่งขัน การ ปล่อยวัวมีเส้นเริ่มต้นที่เรียกว่า "ผัง" นายสนามจะเป็นผู้คอยดูแลคู่แข่งขันในการตั้งผัง ถ้าให้ สัญญานเริ่มการแข่งขันแล้ว ปรากฎว่าเกวียนแต่ละเล่ม ออกไม่พร้อมกันต้องนำมาตั้งที่ผังใหม ่ เช่นเดียวกับเกวียนที่วัวพากันวิ่งออกนอกลู่ที่เรียกว่า "เสียสนาม" ก็ต้องนำมาตั้งใหม่ที่จุดเริ่มต้น "ผัง" หรือจะปรับแพ้ก็แล้วแต่จะตกลงกันไว้ก่อนการแข่งขัน การ แข่งขันวัวเทียมเกวียนเป็นตอนสำคัญตอนหนึ่ง ที่ต้องชิงไหวพริบ เพื่อเป็นการเอาชนะคู่แข่งขัน วัวเกวียนเป็นกีฬาที่ออกจะวิบาก มีการเล่นพนันขันต่อโดยตั้งเป็นเดิมพัน หรือเสมอนอกใน ระหว่างเจ้าของวัวและผู้ชม มีการพนันได้เสียแต่ไม่มากนัก เช่น เพียงแค่พนันสุราขวดสองขวด ความสนุกของชาวบ้านจึงอยู่กับวิถีช ีวิตที่เป็นลักษณะการใช้ชีวิตในแบบ ลูกทุ่งใกล้ชิดกับวัว สัต ว์เลี้ยงที่ได้อาศัยแรงงานช่วงว่างนาก็นำวัวมาเล่นเป็นกีฬา ชา วนาจึงรู้และเข้าใจในธรรมชาติของวัวเป็นอย่างดี ไม่กลัวถูกย่ำ ถูกเตะ หรือขวิด สามารถยึดจับเขาหน้า เขาหลัง ทับหนอก ความสามารถบังคับวัวดังกล่าวจึงมีประโยชน์ไม่เฉพาะใช้ งานเท่านั้น ยังนำมาเล่นเป็นกีฬาไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันวัวเที ยมเกวียนหรือวัวลานได้อีก เป็นของสนุกที่ชื่นชอบ ส่วนที่มีกา รเล่นพนันกันบ้างก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้ของคนรักสนุกไปอีกแบบ ห นึ่ง เพื่อ เป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นและ เพื่อเป็นการส่ง เสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์จังหวัดเพ ชรบุรีให้เป็นที่รู้จักแพร่ หลาย อำเภอบ้านลาดร่วมกับชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ชมรมองค์การบริหารส่ วนตำบลอำเภอบ้านลาด เทศบาลตำบลบ้านลาด และพ่อค้าประชาชน จัดงานวัวเทียมเกวียนขึ้นทุกปี โดยจัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 ซึ่งในการจัดงานดังกล่าว มีกิจกรรมประเภทแข่งขันต่างๆ หลากหลายเช่น - การแข่งขันวัวเทียมเกวียนประเภทแข่งความเร็ว - การแข่งขันวัวเทียมเกวียนประเภทสวยงาม - การแข่งขันคนเทียมเกวียน - การล้มวัวด้วยมือเปล่า - การแข่งขันปีนต้นตาล - การประกวดทะลายตาล - การแข่งขันเฉาะตาล กินลูกตาล - การประกวดโครุ่นกลาง - การประกวดไก่พื้นเมืองและประกวดเลียนเสียงไก่ - การแข่งชกขันไก่ชน - การประกวดธิดาวัวเทียมเกวียน - การแข่งขันมวย - การแข่งขันวัวลาน กงเกวียนกําเกวียน. ใช้เป็นคําอุปมา หมายความว่า เวร สนองเวร, กรรมสนองกรรม, เช่น ทําแก่เขาอย่างไร ตนหรือ ลูกหลานเป็นต้นของตนก็อาจจะถูกทำในทำนองเดียวกัน อย่างนั้นบ้า ง เป็นกงเกวียนกําเกวียน.
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:09
ความคิดเห็น 2
ไทย-ไทย: พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ [ฐานข้อมูลดึงจากเว็บแบบอัตโนมัติและผ่านการปรับแก้ - อาจมีข้อผิดพลาด - โปรดระมัดระวัง] กงเกวียนกำเกวียน (สํา) ใช้เป็นคําอุปมาหมายความว่า เวร สนองเวร, กรรมสนองกรรม, เช่น ทําแก่เขาอย่างไร ตนหรือ ลูกหลานเป็นต้นของตนก็อาจจะถูกทำในทำนองเดียวกัน อย่างนั้นบ้า ง เป็นกงเกวียนกําเกวียน. ภาษิตน. ถ้อยคําหรือข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาช้านานแล้ว มีความหมายเป็น คติ เช่น กงเกวียนกําเกวียน. (ส.).
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:09
ความคิดเห็น 1
ไทย-ไทย: พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ [ฐานข้อมูลดึงจากเว็บแบบอัตโนมัติและผ่านการปรับแก้ - อาจมีข้อผิดพลาด - โปรดระมัดระวัง] ดุมน. ส่วนกลางของล้อเกวียนหรือ ล้อรถที่มีรูสําหรับสอดเพลา; เครื่องกลัด ส่วนต่าง ๆ ของเสื้อผ้าไม่ให้แยกออกจากกัน ทําเป็นรูปต่าง ๆ มักมีรังดุม สําหรับขัดหรือบางทีก็ติดเป็นเครื่องประดับ, กระดุม ลูกกระดุม หรือ ลูกดุม ก็เรียก. ตะเภาเดียวกัน (สํา) น. พวกเดียวกัน, อย่างเดียวกัน.ตะเภา ๒น. ชื่อไก่ชนิดเดียวกับไก่บ้าน ตัวอ้วนป้อม เหนียงสั้นและกลม มีขนมากทั้งขนแข็ง และขนอุยหลายสีมีหางสั้นและแผ่กว้างที่ฐาน เป็นไก่ที่บรรทุกมา กับเรือสำเภา หรือเรือตะเภาจากประเทศจีน จึงเรียก ไก่ตะเภา.ตะเภา ๓น. ชื่อหนูชนิด Cavia porcellus ในวงศ์ Caviidae ลำตัวอ้วนป้อม ขนปุย หางสั้น มีหลายสี เช่น ขาว นํ้าตาล ดํา มีถิ่นกําเนิดในประเทศเปรู มักใช้ในการ ทดลองทางการแพทย์.ตะเภา ๔น. (๑) เรียกอ้อยพันธุ์ที่ลําโต ปล้องสั้น สีขาว เปราะ ว่า อ้อยตะเภา, อ้อยสําลี ก็เรียก. (๒) ชื่อหมากพันธุ์ต้นเตี้ย.ตะเภา ๕น. ชื่อขันนํ้าชนิดหนึ่ง.ตะใภ้(ปาก) น. สะใภ้.ตะม่อ(ปาก) น. ตอม่อ.ตะมอย ๑น. ชื่อฝีชนิดหนึ่งขึ้นที่ปลายนิ้ว เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียก่อหนอง.ตะมอย ๒น. ชื่อหวายชนิดหนึ่ง ใช้ทํายาได้. (พจน. ๒๔๙๓).ตะยองสะลาน. งูบ้องตะลา.ตะรังก. ดั้นไป, เดาไป, ตะบึงไป, เช่น แล้วดําเนินเดินดุ่มสุ่มตะรัง. (คาวี).ตะรังกะนูน. เรียกของบางอย่างที่มาจากเมืองตะรังกะนู เช่น ส้มตะรังกะนู พิมเสนตะรังกะนู. (ปัจจุบัน คือ รัฐตรังกานูในประเทศมาเลเซีย).ตะรังตังกวางน. ชื่อไม้เถาชนิด Cnesmone javanica Blume. ในวงศ์ Euphorbiaceae มีขนหยาบคลุมทั่วทั้งต้น ถูกเข้าจะคันและเป็นผื่นตามผิวหนัง.ต ะรังตังช้างน. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางชนิด Dendrocnide sinuata (Blume) Chew ในวงศ์ Urticaceae ใบใหญ่ ขอบจัก ถูกเข้าจะปวดคันและเป็นผื่นตามผิวหนัง.ตะรางน. ที่คุมขังนักโทษ.ตะลองน. อัตราตวงของโบราณ มีพิกัดเท่ากับ ๔ กระชุก, และ ๔ ตะลอง เป็น ๑ เกวียน.ตะลอน(ปาก) ก. เที่ยวไปเรื่อย ๆ.ตะล่อม ๑ก. ทําให้รวมกันเข้ามาเป็นกอง, ทําให้กลมเข้า. ว. ลักษณะการพูดหว่านล้อมหรือ รวบรัดให้เข้าสู่จุดหมายหรือเข้าปร ะเด็น เช่น พูดตะล่อม. ตะล่อมข้าว น. ที่สําหรับใส่ข้าวเปลือกเป็นต้น ใช้ไม้ไผ่ซีกเล็ก ๆ มาขัดแตะทําเป็นวง ล้อมรอบ แล้วยาด้วยขี้ควาย ขนาดเล็กกว่ายุ้ง.ตะล่อม ๒น. อัตราตวงของโบราณ มีพิกัดเท่ากับ ๔ เกวียน, และ ๕ ตะล่อม เป็น ๑ ยุ้ง.ตะล่อมป้อมว. กลม ๆ ป้อม ๆ.ตะละ(กลอน) ว. ดุจ, เหมือน, เช่น ลําต้นตะละคันฉัตร; แต่ละ เช่น ตะละคน.ตะลาน ๑น. ชื่องูชนิด Ptyas korros ในวงศ์ Colubridae ตัวยาวประมาณ ๑ เมตร ตาโต เลื้อยเร็ว ออกหากินเวลากลางวัน ส่วนมากจะหากินตามพื้นดิน ไม่มีพิษ, สิงตาโต หรือ ตาลาน ก็เรียก.ตะลาน ๒น. ชื่อมดหลายชนิดในวงศ์ Formicidae ตัวสีนํ้าตาลแดงคล้ายมดแดง ยาว ๔-๕ มิลลิเมตร ขายาว วิ่งเร็ว ไม่มีพิษ ส่วนใหญ่เป็นชนิด Anoplolepsis longipes, ตาลาน หรือ ตะลีตะลาน ก็เรียก.ตะลิงปลิง[-ปฺลิง] น. ชื่อไม้ต้นชนิด Averrhoa bilimbi L. ในวงศ์ Oxalidaceae ใบคล้าย ใบมะยม ผลยาวคล้ายมะดันแต่มีร่องตื้น ๆ รสเปรี้ยว.ตะลิบว. ลิบ, ไกล, เช่น ตะลิบหายไปไม่เห็นตัว. (ม. กาพย์ กุมารบรรพ).ตะลีตะลาน ๑ว. รีบร้อนลนลาน, ลุกลน. เกวียน[เกฺวียน] น. ยานชนิดหนึ่ง มีล้อ ๒ ล้อ ใช้ควายหรือวัวเทียม, ลักษณนามว่า เล่ม; ชื่อมาตราตวง ๘๐ สัด หรือ ๑๐๐ ถัง เป็น ๑ เกวียน. เกวียนหลวง น. มาตราตวงตามแบบราชการ มีอัตราเท่ากับ ๒,๐๐๐ ลิตร หรือ ๒ กิโลลิตร, อักษรย่อว่า กว. แก่ ๓(ถิ่น-อีสาน) ก. ลาก เช่น แก่เกวียน. กง ๒น. วง, ส่วนรอบของล้อเกวียนหรือ ล้อรถม้าเป็นต้น, เรียกสิ่งที่มี ลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ขนมกง, บางทีก็ใช้เข้าคู่กับคํา วง ว่า เป็นวงเป็นกง; ไร่ล้มลุกที่ถางป่าเป็นหย่อม ๆ ตามเนื้อที่ และกั้นเป็นขอบเขตไว้. (กลอน) ก. แวดล้อม เช่น ม้ากันม้ากง. (ไทยสิบสองปันนาและสิบสองจุไทย กง ว่า ขอบเขตที่ล้อม เช่น ดินกง คือ ดินที่ล้อมเป็นขอบเขตไว้, ร่ายกง คือไร่ที่ล้อม เป็นขอบเขตไว้). กงเกวียน น. ล้อเกวียน. กงเกวียนกำเกวียน (สํา) ใช้เป็นคําอุปมาหมายความว่า เวร สนองเวร, กรรมสนองกรรม, เช่น ทําแก่เขาอย่างไร ตนหรือ ลูกหลานเป็นต้นของตนก็อาจจะถูกทำในทำนองเดียวกัน อย่างนั้นบ้า ง เป็นกงเกวียนกําเกวียน. กงเกวียนกําเกวียน. ใช้เป็นคําอุปมา หมายความว่า เวร สนองเวร, กรรมสนองกรรม, เช่น ทําแก่เขาอย่างไร ตนหรือ ลูกหลานเป็นต้นของตนก็อาจจะถูกทำในทำนองเดียวกัน อย่างนั้นบ้า ง เป็นกงเกวียนกําเกวียน.
ชื่อผู้โพสต์ : น้ำบุญ๓ สามตำบล
-
31-07-2012 / 07:09:09

แสดงความคิดเห็น
กติกาแสดงความคิดเห็น
เขียนข้อความ
ชื่อผู้ใช้/อีเมล :  
รหัสผ่าน :  

www.praphansarn.com