เพลงบรรเลง | เพลงมีเสียงร้อง
หนังสือที่ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แนะนำให้อ่าน

 

บทความนี้ยกมาจากตอนหนึ่ง ของ https://pantip.com/topic/36138614

 

        เคยฟังท่าน ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หลายครั้ง เป็นการพูดถึงเรื่องของเวลาเพื่อโยงกับนโยบายคมนาคม อย่างรถไฟความเร็วสูง แต่ครั้งนี้เพิ่งมีโอกาสได้ฟังแนวคิดเรื่องการจัดการเวลาและนิสัย ซึ่งท่านพูดได้สนุกและเข้าใจง่ายดี โดยเฉพาะเรื่องของการเปลี่ยนแปลง “นิสัย” (Habit) และการสร้าง Willpower, น่าสนใจมาก

 

คุณชัชชาติแนะนำให้อ่านหนังสือ 2 เล่ม คือ The Power of Habit และ Willpower

                           


ท่านเริ่มต้นอธิบายถึงคำว่า Willpower เป็น พลังในการเปลี่ยนนิสัย มีพลังใจ มีความมุ่งมั่น ที่ทำให้เปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งในภาษาไทยยังไม่มีคำแปลจำกัดความที่เหมาะสมเท่าไรนัก

แต่ก่อนจะไปถึงการเปลี่ยนนิสัย ต้องรู้ต้นเหตุของการเกิด “นิสัย” ก่อน โดยมี 3 กิจกรรม คือ

- Cue (สัญญาณ) เช่น ตื่นตี 3
- Routine (กิจวัตร) คือ การทำ เช่น ลุกไปวิ่ง
- Reward (รางวัล) คือ ทำแล้วได้อะไร เพื่อให้อยากทำอีก เช่น แข็งแรงขึ้น




 

ท่านได้ยกตัวอย่าง ลูกของท่าน เวลาขึ้นรถจะคาดเข็มขัดนิรภัยเสมอจนติดเป็นนิสัย ซึ่งการขึ้นรถคือ Cue, การคาดเข็มขัดคือ Rutine, และ แม่ไม่ดุ คือ Reward

หรือตัวอย่าง ศาลพระภูมิที่ถูกย้ายออกไปเหลือแต่ฐาน แต่คนไทยก็ยังไหว้อยู่ เพราะมันถูกกระทำเป็นนิสัย เป็นกิจวัตรไปแล้ว


เราต้องคิดให้ละเอียดว่า นิสัยของเราเกิดขึ้นเพราะอะไร อะไรคือรางวัลที่ทำให้เราเป็นแบบนั้น

จะสังเกตว่า รางวัล มีทั้งดีและไม่ดี  ถ้าลองแยกให้ละเอียดลงไปอีก รางวัลแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

- รางวัลระยะสั้น (Short-Term) เช่น อร่อย สนุก สบาย ไพเราะ อิ่ม
- รางวัลระยะยาว (Long-Term) เช่น ศรัทธา ความเชื่อมั่น สุขภาพดี การลงทุนระยะยาว


ความนิสัยไม่ดีส่วนใหญ่ เกิดจากเราไปยึดติดกับรางวัลระยะสั้น เพราะเราไม่มีความยับยั้งชั่งใจพอที่จะรอไปเอารางวัลระยะยาว เช่น เรารู้ว่าอ่านหนังสือเราจะสอบได้ แต่เราเลือกที่จะไปนอนก่อน ไปเล่น ไปสนุกก่อน นี่คือเราไปยึดผลตอบแทนระยะสั้น

ซึ่งนิสัยเรานี่เอง เป็นตัวเลือกเอารางวัลแบบไหน ดังนั้น หน้าที่เราคือ ต้องปรับการยึดติดรางวัลระยะสั้น ให้เป็นรางวัลระยะยาวให้ได้

และการจะเปลี่ยนนิสัยให้ได้นั้น ต้องใช้ Willpower ต้องใช้พลังใจ ใช้แรงใจในการเปลี่ยนแปลง

มีนักวิจัยคนหนึ่งได้ทำวิจัยเรื่อง Willpower ส่งผลอย่างไรกับนิสัยและชีวิต

เขาให้เด็กเข้าไปในห้องที่มีขนมมาร์ชเมลโล่วางไว้ 1 ชิ้น โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าภายใน 15 นาทีเด็กไม่กินขนมที่วางไว้ เด็กจะได้ขนมมาร์ชเมลโล่เพิ่มเป็น 2 ชิ้น ซึ่งในตอนนั้น ก็มีเด็กที่อดทนได้และไม่ได้ คละกัน

ต่อมา 40 ปีให้หลัง เขากลับไปสำรวจเด็กกลุ่มนั้นที่ได้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ผลออกมาคือ เด็กที่อดใจไม่กินมาร์ชเมลโล่ จะประสบผลสำเร็จมากกว่าเด็กที่อดใจไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การลดน้ำหนัก หน้าที่การงาน ความมั่นใจ

ดังนั้น เด็กที่มี Willpower มากๆ จะสามารถประสบผลสำเร็จมากกว่าเด็กที่มีน้อย เพราะเขาสามารถควบคุมนิสัยเขาเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ


นิสัยที่เปลี่ยนชิวิต (Keystone Habits)


การเปลี่ยนนิสัยอาจไม่ต้องเปลี่ยนทั้งหมด แต่เปลี่ยนเฉพาะนิสัยที่สำคัญ ซึ่งเรียกว่า “นิสัยที่เปลี่ยนชิวิต” (Keystone Habits) คือ เปลี่ยนนิสัยหลักไม่กี่อย่าง ก็จะมีผลกระทบกับเรื่องอื่นในชีวิตอีกหลายอย่าง (Spill over) โดยท่านชัชชาติ ได้ยกตัวอย่างไว้ 6 ข้อ เช่น

1. ตรงเวลา (Be on time) – จะทำให้เราวางแผน อยู่ในโลกของความเป็นจริง บริการจัดการ แก้ปัญหาได้ดี ให้เกียรติคนอื่น และ ยอมรับความไม่แน่นอนได้ดี แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวมี Spill over หลายเรื่องมาก


2. ดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย (Exercise) – เทรนด์รุ่นใหม่เป็นเทรนด์ใช้พลัง ผู้นำประเทศหลายคนก็ทำ และมี Spill over หลายเรื่อง เช่น ตื่นเช้า งดปาร์ตี้ คุมอาหาร ดูแลตัวเอง


3. นำโดยทำเป็นตัวอย่าง (Leading by example) – เราจะพูดอย่างไรให้ลูกน้องทำ เราก็ต้องทำด้วยตัวเองก่อน เช่น ใกล้ชิดลูกค้า ใกล้ชิดประชาชน เราพูดอย่างไรก็ต้องทำอย่างนั้น ซึ่งถ้าเรามี Passion อย่างไร เราทำอย่างนั้น ก็เป็นตัวอย่างให้คนอื่นได้เห็นเช่นนั้น สิ่งที่ตามมาคือ รักษาคำพูด เข้าใจปัญหา มีมนุษย์สัมพันธ์ เอาใจเขามาใส่ใจเรา


4. อารมณ์ขัน (Sense of humor) – เป็นเรื่องที่ผู้นำควรมี มองโลกในแง่ดี เป็นมิตร ลดความเครียด ประทับใจแก่คนอื่นได้


5. ไม่หยุดเรียนรู้ ไม่หยุดคิด (Willing to learn) – เป็นการลับขวานของเราไว้เสมอ เหมือนที่ สตีฟ จ็อบส์ พูดไว้ คือ Stay Hungry,  Stay Foolish คือหิวกระหายความรู้ใหม่ๆ และเราต้องโง่เพื่อขยันรับสิ่งใหม่ๆ จะส่งผลให้เรา ลดการใช้อารมณ์ ใช้เหตุผลมากขึ้น ใช้เวลาอย่างมีประโยชน์ เพิ่มความสามารถในการแก้ปัญหาได้


6. มีวินัย (Discipline) – ซึ่งเป็นสิ่งที่พูดมาทั้งหมด เช่น สร้าง Willpower ได้ มีความอดทน อดกลั้น วางแผนได้ดี ดำเนินชีวิตได้ง่ายขึ้น

 

วิธีการฝึก Willpower
เราสามารถฝึก Willpower ได้ด้วยเช่นกัน เพื่อให้เปลี่ยนนิสัยไปในทางที่ดี มี 6 ขั้นตอน คือ

1. การฝึกสมาธิ – ซึ่งเราทำได้ตลอดเวลา แม้การทำงาน หรือการวิ่ง
2. ตั้งเป้าหมาย – ก่อนทำอะไรต้องตั้งเป้าหมายให้ได้ก่อน โดยไม่ยาก ไม่ง่าย ไม่ไกล จนเกินไป, ต้องวัดไว้ และเป้าหมายต้องมาจากตัวเราเอง ไม่ใช่จากที่คนอื่นกำหนด หรือไปเลียนแบบคนอื่น และการตั้งเป้าหมายใหญ่ เราจะต้องมีเป้าหมายย่อย ให้ทำเสร็จทีละขั้นๆ
3. จดบันทึก – เพราะนิสัยเป็นความเคยชิน เราทำโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นต้องจดบันทึก เช่น น้ำหนักตัวเอง การใช้เงิน พอเราได้เห็นข้อมูลตลอด เราจะมี Guideline ว่ามาถูกทางไหม เช่นการวิ่ง ก็มีนาฬิกาวัดอัตราต่างๆ ถือเป็นอุปกรณ์ดัดนิสัยชนิดหนึ่ง
4. หาข้อมูล เข้าใจในรายละเอียด – ถ้าจะทำอะไรต้องเข้าใจวิธีทำ เช่น วิธีการเก็บเงิน ตอนนี้มีมากกว่าการฝากเงิน ซึ่งถ้าเราเข้าใจมัน เราจะสำเร็จได้ง่ายขึ้น มีกำลังใจมากขึ้นในการทำต่อและทำเรื่องอื่นๆ
5. ศึกษา Cue, Routine, Rewards ให้เข้าใจ – ซึ่งถ้าเราอยากเปลี่ยนนิสัยต้องเข้าใจเรื่องนี้ และจะค่อยๆปรับได้ เช่น Rewards ของเด็กติดเกมส์คือความสนุก ก็ค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นหนังสือการตูน ที่ยังคงความสนุกไว้เช่นเดิม แล้วค่อยเปลี่ยนไปเป็นหนังสืออื่นๆ ที่มีสาระได้
6. Willpower มีจำกัด ใช้อย่างระวัง – พลังหักห้ามใจในตัวเรามีอย่างจำกัด มีโอกาสตบะแตกได้มาก แต่ก็มีเทคนิค คือ
6.1. ควรตั้งเป้าหมายใช้พลังทีละเรื่อง
6.2. เรียงตามความสำคัญ
6.3. หลีกเลี่ยงสิ่งเร้า เพื่อประหยัดการใช้พลัง Willpower
6.4. เตรียมการสำหรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นบ่อยๆ ที่จะมีเรื่องไม่เป็นประโยชน์มาใช้ Willpower เราแบบไม่จำเป็น
6.5. คุมอาหาร เพราะพลังกาย สมอง มาจากการกินอาหาร

สรุป
- ชีวิตนี้สำคัญนัก: ทุกนาทีสำคัญนัก
- จัดลำดับเรื่องสำคัญสำหรับชีวิต: หินก้อนใหญ่
- ฉลาดในการใช้เวลา: ขวานของคุณคมหรือยัง?
- เข้าใจ “วงจรนิสัย” (Habit Loop): รางวัลในระยะยาว
- Willpower เป็นพลังในการเปลี่ยนนิสัย: ฝึกได้
- นิสัยสำคัญที่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น: Butterfly Effect
- การฝึก Willpower และ การสร้างนิสัยที่ดี: เราทำได้

จำนวนผู้เข้าชม 2397    
ชื่อผู้ใช้/อีเมล :  
รหัสผ่าน :